วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ลิลิตตะเลงพ่าย (1)

ลิลิตตะเลงพ่าย
พระนิพนธ์:สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส

ตอนที่ ๑ อาเศียรวาท
ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพกแผ่นฟากฟ้า หล้าล่มเลื่องชัยเชวง เกรงพระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์ ท้าวทั่วทิศทั่วเทศ ไท้ทุกเขตทุกด้าว น้าวมกุฎมานบ น้อมพิภพมานอบ มอบบัวบาทวิบุล อดุลยานุภาพ ปราบดัสกรแกลนกลัว หัวหั่นหายกายกลาด ดาษเต็มท่งเต็มดอน พม่ามอญพ่ายหนี ศรีอโยธยารมเยศ พิเศษสุขบำเทิง สำเริงราชสถาน สำราญราชสถิต พิพิธโภคสมบัติ พิพัฒน์โภคสมบูรณ์ พูนพิภพดับเข็ญ เย็นพิภพดับทุกข์ สนุกสบสีมา ส่ำเสนานอบเกล้า ส่ำสนมเฝ้าฝ่ายใน ส่ำพลไกรเกริกหาญ ส่ำพลสารสินธพ สบศาสศรเพลิง เถลิงพระเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี

๏ บุญเจ้าจอมภพพื้น แผ่นสยาม
แสยงพระยศยินขาม ขาดแกล้ว
พระฤทธิ์ดังฤทธิ์ราม รอนราพณ์
แลฤๅ ราญอริราชแผ้ว แผกแพ้ทุกภาย

๏ ไพรินทรนาศเพี้ยง พลมาร
พระดั่งองค์อวตาร แต่กี้
แสนเศิกห่อนหาญราญ รอฤทธิ์ พระฤๅ
ดาลตระดกเดชลี้ ประหลาดเหล้าแหล่งสถาน

๏ เสร็จเสวยศวรรเยศอ้าง ไอยศูรย์ สรวงฤๅ
เย็นพระยศปูนเดือน เด่นฟ้า
เกษมสุขส่องสมบูรณ์ บานทวีป
สว่างทุกข์ทุกธเรศหล้า แหล่งล้วนสรรเสริญ ฯลฯ

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ
ร่าย ๕/๖ ฝ่ายพระนครรามัญ ขัณฑ์เขตด้าวอัสดง หงสาวดีบุเรศ รั่วรู้เหตุบริหึง แห่งเอิกอึงกิดาการ ฝ่ายพสุธารออกทิศ ว่าอดิศวรกษัตรา มหาธรรมราชนรินทร์ เจ้าปถพินทร์ผ่านทวีป ดับชนมชีพพิราลัย เอารสไทนฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรยา แจ้งกิจจาตระหนัก จึ่งพระปิ่นปักธาษตรี บุรีรัตนหงสา ธก็บัญชาพิภาษ ด้วยมวลมาตยากร ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้ บร้างรู้เหตุผล ควรยาตรพลไปเยือน เตือนประยุทธ์เอาเปรียบ แม้นไป่เรียบเป็นที โจมจู่ยี่ย่ำภพ เสนีนบนึกชอบ ระบอบเบื้องบรรหาร ธก็เอื้อนสารเสาวพจน์ แต่เอารสยศเยศ องค์อิศเรศอุปราช ให้ยกยาตราทัพ กับนครเชียงใหม่ เป็นพยุหใหญ่ห้าแสน ไปเหยียบแดนปราจิน บุตรท่านยินถ้อถ้อย ข้อยผู้ข้าบาทบงสุ์ โหรควรคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต ฟังสารราชเอารส ธก็ผะชดบัญชา เจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญ หาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยอน ไปพักวอนว่าใช้ ให้ธหวงธห้าม แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์ ธตรัสเยาะเยี่ยงขลาด องค์อุปราชยินสาร แสนอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือด เลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัว กลัวพระอาชญายอบ นอบประณตบทมูล ทูลลาไท้ลีลาศ ธก็ประกาศเกณฑ์พล บอกยุบลบ่มิหึง ถึงเชียงใหม่ตระบัด เร่งแจงจัดจตุรงค์ ลงมาสู่หงสา แล้วธให้หาเมืองออก บอกทุกแดนทุกด้าว บอกทุกท้าวทุกเทศ ทั่วทุกเขตทุกขอบ รอบสีมามณฑล ทราบนุสนธิ์ทุกแห่ง ต่างตกแต่งแสะสาร แสนยาหาญมหิมา คลาบรรลุเวียงราช แลสระพราศสระพรั่ง คั่งคับนับเหลือตรา ต่างภาษาต่างเพศ พิเศษสรรพแต่งตน ข้าศึกยลแสยงฤทธิ์ บพิตรธเทียบทัพหลวง โดยกระทรวงพยุบาตร จักยาตราตรู่เช้า เสด็จเข้านิเวศไท้ เกรียมอุระราชไหม้ หม่นเศร้าศรีสลาย อยู่นา


๖/๗ โคลง๒ ๏ พระผาดผายสู่ห้อง หาอนุชนวลน้อง
หนุ่มหน้าพระสนม

๗/๘ ๏ ปวงประนมนบเกล้า งามเสงี่ยมเฟื้ยมเฝ้า
อยู่ถ้าทูลสนอง

๘/๙ ๏ กรตระกองกอดแก้ว เรียมจักร้างรสแคล้ว
คลาดเคล้าคลาสมร

๙/๑๐ ๏ จำใจจรจากสร้อย อยู่แม่อย่าละห้อย
ห่อนช้าคืนสม แม่แล ฯลฯ

ร่าย ๑๐/๒๓ เสร็จเสาวนีย์สั่งสนม เนืองบังคมคำราช พระบาททันนิทรา จวนเวลาล่วงสาง พื้นนภางค์เผือดดาว แสงเงินขาวขอบฟ้า แสงทองจ้าจับเมฆ รังสีเฉกฉายฉัน ไก่แก้วขันเจื้อยแจ้ว ดุเหว่าแหว้วเสียงใส จึ่งบรมไทธิราช ยุรยาตรยังที่สรง ชำระองค์บนาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นตรลบ หอมอวลอบอายขจร ทรงบวรวิภูษิต สนับเพลาพิศพรายพร้อย ชายไหวย้อยยะยาบ ชายแครงทาบเครือวัลย์ รัตพัสตร์พรรณยรรยง ฉลองพระองค์เพริศแพร้ว มกรแก้วเกยูร ตาบไพฑูรย์เรืองจรัส สะอิ้งรัตนประพาฬ สอดสังวาลเฉวียงองค์ มกุฎทรงเทริดเกศ อย่างอิศเรศรามัญ สรรเป็นรูปอุรเคนทร์ เพญพะพานแผ่เศรียร แสงวิเชียรช่อช่วง ธำมรงค์ร่วงรุ้งพราย รายนพรัตน์ชัชวาล เครื่องอลงการโอ่อ่า งามสง่าขัตติเยศ พระแสดงเดชผังผาย กุมแสงกรายกรนาด ยุรยาตรอย่างไกรสร จากศีขรคูหา ลีลายังวังราช ไหว้บัวบาทบิตุรงค์ ขอลาองค์ท่านไท้ ไปเผด็จดัสกรให้ เหือดเสี้ยนศึกสยาม สิ้นนา

๑๑/๒๔ โคลง๒ ๏ พระฟังความลูกท้าว ลาเสด็จศึกด้าว
ดั่งเบื้องบรรหาร

๑๒/๒๕ โคลง๓ ๏ ภูบาลอื้นอำนวย อวยพระพรเลิศล้น
จงอยุธย์อย่าพ้น แห่งเงื้อมมือเทอญ พ่อนา

๑๓/๒๖ โคลง๔ ๏ จงเจริญชเยศด้วย เดชะ
ชาวอยุธย์อย่าพะ พ่อได้
จงแพ้พินาศพระ วิริยภาพ พ่อนา
ชนะแด่สองท่านไท้ ธิราชเจ้าจอมสยาม

๑๔/๒๗ ๏ สงครามความเศิกซึ้ง แสนกล
จงพ่ออย่ายินยล แต่ตื้น
อย่าลองคะนองตน ตาชอบทำนา
การศึกลึกเล่ห์พื้น ล่อเลี้ยวหลอกหลอน

๑๕/๒๘ ๏ จงแจ้งแห่งเหตุเบื้อง โบราณ
เป็นประโยชน์ยุทธการ กล่าวไว้
เอาใจทหารหาญ เริงรื่น อยู่นา
อย่าระคนปนใกล้ เกลือกกลั้วขลาดเขลา

๑๖/๒๘ ๏ หนึ่งรู้พยุหเศิกไสร้ สบสถาน
เจนจิตวิทยาการ กาจแกล้ว
รู้เชิงพิชัยชาญ ชุมค่าย ควรนา
อาจจักรอนรณแผ้ว แผกแพ้พังหนี

๑๗/๓๐ ๏ หนึ่งรู้บำเหน็จให้ ขุนพล
อันสมรรถมือผจญ จืดเสี้ยน
อย่าหย่อนวิริยะยล อย่างเกียจ
แปดประการกลเที้ยร ถ่องแท้ทางแถลง

๑๘/๓๑ ๏ จงจำคำพ่อไซร้ สั่งสอน
จงประสิทธิ์สมพร พ่อให้
จงเรืองพระฤทธิ์รอน อริราช
จงพ่อลุลาภได้ เผด็จด้าวแดนสยาม

ร่าย ๑๙/๓๒ เสด็จสั่งความโอวาท ไท้ธประสาทพระพร แต่ภูธรเอารส ธก็ประณตรับคำ อำลาท้าวลีลาศ ยุรยาตรยังเกยชัย เสนาในเตรียมทัพ สรรพพลห้าสิบหมื่น ขุนคชหื่นหาญแกล้ว ขับช้างแก้วพัทธกอ รอรับราชริมเกย ควาญเคยคัดท้ายเทียบ เสด็จย่างเหยียบหลังสาร ทรงคชาธารยรรยง อลงกตแก้วแกมกาญจน์ เครื่องพุดตานตกแต่ง แข่งสีทองทอเนตร ปักเศวตฉัตรฉานฉาย คลายคชบาทยาตรา คลี่พยุหคลาดแคล้ว คล้ายนายทแกล้ว ย่างเยื้องธงทอง แลนา ฯลฯ

๒๐/๔๑ โคลง๒ ๏ ถับถึงทวารกรุงแก้ว เดียรดาษพลคลาดแคล้ว
คล่ำคล้ายคลาขบวน

๒๑/๔๒ โคลง๓ ๏ ด่วนเดินโดยโขลนทวาร พวกพลหาญแห่หน้า
ล้วนทแกล้วทกล้า กลาดกลุ้มเกลื่อนสถล มารคนา ฯลฯ


ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

๒๒/๕๓ โคลง๒ ๏ ยกพลผ่านด่านกว้าง เสียงสนั่นม้าช้าง
กึกก้องทางหลวง

๒๓/๕๔ ๏ ปวงประนมนบเกล้า งามเสงียมเฟื้ยมเฝ้า
อยู่ถ้าทูลสนอง

๒๔/๕๕ ๏ ล่วงลุด่านเจดีย์ สามองค์มีแห่งหั้น
แดนต่อแดนกันนั้น ฯลฯ

๒๕/๗๙ โคลง๔ ๏ มาเดียวเปลี่ยวอกอ้า อายสู
สถิตอยู่เอ้องค์ดู ละห้อย
พิศโพ้นพฤกษ์พบู บานเบิก ใจนา
พลางคะนึงนุชน้อย แน่งเนื้อนวลสงวน ฯลฯ

๒๕/๗๙ โคลง๔ ๏ สลัดไดใดสลัดน้อง แหนงนอน ไพรฤๅ
เพราะเพื่อมาราญรอน เศิกไสร้
สละสละสมร เสมอชื่อ ไม้นา
นึกระกำนามไม้ แม่นแม้นทรวงเรียม ฯลฯ

๒๖/๘๘ โคลง๔ ๏ สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า
กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ ราแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด ฯลฯ

๒๘/๑๒๗ โคลง๔ ๏ พลมอญเมิลมืดท้อง รัถยา
อเนกนิกรอาชา ชาติช้าง
ทวนทองเถือกทอตา เปลือยปลาบ
เทียวธวัชแลสล้าง เฟื่องฟ้าปลิวปลาย


ร่าย ๒๙/๑๒๘ ฝ่ายนครกาญจน จัดพลพวกด่าน ผ่านไปสืบเอาเหตุ ในขอบเขตรามัญ เขาก็พากันรีบรัด ลัดเล็ดลอดเลาะดง ตรงไปทางแม่กษัตริย์ จัดกันซุ่มเป็นกอง มองเอาเหตุเอาผล ยลนิกรรามัญ เดินแน่นนันต์นองเถื่อน เกลื่อนมาทั่วออกทิศ หวันก่อกิจดัสกร แก่พระนครตระหนัก เห็นฉัตรปักห้าชั้น กั้นบนเบื้องหลังสาร เขาก็ทราบการโดยขนาด ว่าอุปราชขุนทัพ เร็วรีบกลับมาบอก แดออกญาผ่านเผ้า เจ้านครกาญจนบุริน ยินยุบลข่าวศึก พิลึกลาญขวัญ แหลกแสกกมลทะท้าว ร้าวอุระขุนเมือง เคืองใจราษฎร์ทุกผู้ รู้ตรลอดไพร่นาย เขาทั้งหลายตริกัน ขวัญเกี่ยงกินเผือนเผือด เลือดสลดหมดหน้า บเห็นถ้าต่อรบ รู้ว่าทบบมิทาน รู้ว่าราญบมิรอด คิดเททอดครัวแตก แหกหนีหน้าอย่าพะ เขามละบ้านเมือง เปลืองเปล่าผู้หมู่ชน ชวนกันซนกันซุก บุกป่าดงป่าแดง แฝงเอาเหตุเอาผล ยลกระแหน่เศิกไสร้ เพื่อลงลักษณะให้ ส่งท้าวแถลงความ ท่านนา

๓๐/๑๒๙ ๏ ชาวสยามคร้ามเศิกสิ้น ทั้งผอง
นายและไพร่ไป่ปอง รบร้า
อพยพหลบหลีกมอง เอาเหตุ
ซุกซ่อนห่อนให้ข้า ศึกได้ไปเป็น

ร่าย ๓๑/๑๓๑ ส่วนนเรนทรสมญา มหาอุปราชรามัญ ธก็ให้ผันพลผ้าย ย้ายมาโดยทางเถื่อน ทัพหน้าเคลื่อนพลเดิม ลุลำกระเพินบมิหึง จึ่งพระยาจิดตอง ให้พลกรองเวฬู ปูเป็นสะพานผ่านชล เร่งเดินพลข้ามฟาก มากนิกรคั่งคาม พวกชาวสยามเห็นตระหนัก จึ่งลงลักษณ์สารสื่อ ใส่ชื่อทั่วตัวขุน ถ้วนทุกมุลทุกนาย แดออกญามหาด ทูลบัวบาทมหิบาล เขาก็รับสารขึ้นม้า รับมาเร็วฤๅช้า บอกข้อเข็ญความ ท่านนา

๓๒/๑๓๑ โคลง๒ ๏ กองทัพตามกันเต้า เสียงสนั่นลั่นเท้า
พ่างพื้นไพรพัง เพิกฤๅ

๓๓/๑๓๒ โคลง๔ ๏ ดลยังเวียงด่านด้าว โดยมี
เมืองชื่อกาญจนบุรี ว่างว้าง
ผู้ใดบ่ออกตี ตอยต่อทัพนา
ยลแต่เหย้าเรือนร้าง อยู่ไร้ใครแรม

๓๔/๑๓๓ ๏ สอดแนมจักจับถ้อย ไถ่ความ
ฤๅบ่ได้ชาวสยาม สักผู้
จักสืบจักเสาะถาม เหตุห่อน รู้แฮ
รู้ว่าชาวเมืองรู้ เล่ห์แล้วหลีกหนี

๓๕/๑๓๔ ๏ ธก็กรีธาทัพเข้า เนาเมือง
ประทับอยู่แรมคืนเคือง สวาทไหม้
คำนึงนุชไป่เปลือง จิตท่าน ถวิลนา
เจ็บอุระราชไข้ ขุนแค้นคับทรวง

๓๖/๑๓๕ ๏ ระลวงรำลึกอ้า บังอร
ยลแต่แสงศศิธร ถ่องฟ้า
แสงจันทร์บ่ส่องสมร หมดเทวษ
ถวิลบ่ลืมนวลหน้า แม่แม้นนวลจันทร์ ฯลฯ

๓๗/๑๔๐ ๏ พระฝืนทุกข์เทวษกล้ำ แกล่ครวญ
ขับคชบทจรจวน จักเพล้
บรรลุพนมทวน เถื่อนที่ นั้นนา
เหตุอนาถหนักเอ้ อาจให้ชนเห็น

๓๘/๑๔๑ ๏ เกิดเป็นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย
ลมชื่อเวรัมภา พัดคลุ้ม
หวนหอบหักฉัตรา คชขาด ลงแฮ
แลธุลีกลัดกลุ้ม เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน

๓๙/๑๔๒ ๏ พระพลันเห็นเหตุไซร้ เสียงดวง แดเฮย
ถนัดดั่งภูผาหลวง ตกต้อง
กระหม่ากระเหม่นทรวง สั่นซีด พักตร์นา
หนักหฤทัยท่านร้อง เรียกให้โหรทาย

๔๐/๑๔๓ ๏ ทั้งหลายล้วนจบแจ้ง เจนไสย ศาสตร์แฮ
เห็นตระหนักแน่ใน เหตุห้าว
จักทูลบ่ทูลไท เกรงโทษ ท่านนา
เสนอแต่ดีกลบร้าว เผด็จเสี้ยนศึกสยาม

๔๑/๑๔๔ ๏ เหตุนี้ผิวเช้าชั่ว ฉุกเข็ญ
เกิดเมื่อยามเย็นดี ดอกไท้
อย่าขุนอย่าลำเค็ญ ใจเจ็บ พระเอย
พระจักลุลาภได้ เผด็จเสี้ยนศึกสยาม ฯลฯ

๔๒/๑๔๗ ๏ ครั้นฟังบพิตรเพี้ยง ฟังหู หนึ่งนา
หูหนึ่งแหนงคำสู ซึ่งพร้อง
ไป่ไว้หฤทัยภู- ธรพรั่น อยู่นา
นึกเร่งกริ่งเกรงต้อง แต่แพ้ดัสกร ฯลฯ

๔๓/๑๕๐ ๏ สระเทินสระทกแท้ ไทถวิล อยู่เฮย
ฤๅใคร่คลายใจจินต์ จืดสร้อย
คำนึงนฤบดินทร์ บิตุเรศ พระแฮ
พระเร่งลานละห้อย เทวษไห้โหยหา

๔๔/๑๕๑ ๏ อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ
แม้พระเสียเอารส แก่เสี้ยน
จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

๔๕/๑๕๒ ๏ ณรงค์นเรศวร์ด้าว ดัสกร
ใครจักอาจออกรอน รบสู้
เสียดายแผ่นดินมอญ พลันมอด ม้วยแฮ
เหตุบ่มีมือผู้- อื่นต้านทานเข็ญ

๔๖/๑๕๓ ๏ เอ็นดูภูธเรศเจ้า จอมถวัลย์
เปลี่ยวอุระราชรัน- ทดแท้
พระชนม์ชราครัน ครองภพ พระเอย
เกรงบพิตรจักแพ้ เพลี่ยงพล้ำศึกสยาม

๔๗/๑๕๔ โคลง๔ ๏ สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา
เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้
ลูกตายฤใครเก็บ ผีฝาก พระเอย
ผีจัดเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา

๔๘/๑๕๕ ๏ พระเนานัคเรศอ้า เอองค์
ฤๅบ่มีใครดง คู่ร้อน
จักริจักเริ่มรงค์ ฤๅลุ แล้วแฮ
พระจักขุ่นจักข้อน จักแค้นคับทรวง

๔๙/๑๕๖ ๏ พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรงบ่ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง ฯลฯ


ร่าย ๕๐/๑๕๘ เมื่อนั้นเจ้าธานินทร์ บุรินทรศักดิ์สีมา ทุกบุราราชอาณาเขต ประเทศนครสิงห์สรรค์ ศรีสุพรรณทุกภาย เขาก็ขยายครัวครอก ซอกไปซ่อนไปซุก บุกป่าแดงป่าดง แล้วก็ลงลักษณ์ข่าวสาร ส่งอาการเหตุห้าว มาบังคมทูลท้าว ธิราชผู้ผ่านถวัลย์ แลนา

ตอนที่ ๔ สมเด็จพระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

๕๑/๑๕๙ โคลง๔ ๏ ปางนั้นนฤเบศเบื้อง บูรพา ภพแฮ
เฉลิมพิภพอโยธยา ยิ่งผู้
พระเดชดั่งรามรา- ฆพเข่น เข็ญเฮย
ออกอเรนทร์รั่วรู้ เร่งร้าวราญสมร

๕๒/๑๖๐ ๏ ภูธรสถิตท้อง โรงธาร ท่านฤๅ
เถลิงภิมุขพิมาน มาศแต้ม
มนตรีชุลีกราน กราบแน่น เนืองนา
บัดบดีศวรแย้ม โอษฐ์เอื้อนปราศรัย

๕๓/๑๖๑ ๏ ไต่ถามถึงทุกข์ถ้อย ทวยชน
ต่างสนองเสนอกล แก่ท้าว
พระดัดคดีผล ใดเยี่ยง ยุกดิ์นา
เย็นอุระฤๅร้าว ราษฎร์ร้อนห่อนมี

๕๔/๑๖๒ โคลง๔ ๏ นฤบดีดำรัสด้วย การยุทธ์
ซึ่งจักยอกัมพุช แผ่นโพ้น
พลบกยกเอาอุต- ดมโชค ชัยนา
นับดฤษถีนี้โน้น แน่นั้นวันเมือ

๕๕/๑๖๓ โคลง๔ ๏ พลเรือพลรบท้อง ทางชลา
เกณฑ์แต่พลพารา ปักษ์ใต้
ไปตีพุทไธธา- นีมาศ เมืองเฮย
ตีป่าสักเสร็จให้ เร่งล้อมขอมหลวง

๕๖/๑๖๔ โคลง๔ ๏ พระห่วงแต่เสี้ยน อัสดง
เกรงกระลับก่อรงค์ รั่วหล้า
คือใครจักคุมคง ควรคู่ เข็ญแฮ
อาจประกันกรุงถ้า ทัพข้อยคืนถึง

๕๗/๑๖๕ โคลง๔ ๏ พระพึงพิเคราะห์ผู้ ภักดี ท่านนา
คือพระยาจักรี กาจแกล้ว
พระตรัสแด่มนตรี มอบมิ่ง เมืองเฮย
กูจักไกลกรุงแก้ว เกลือกช้าคลาคืน

๕๘/๑๖๖ ๏ เยียวพื้นภพแผ่นด้าว ตกไถง
ริพิบัติพูนภัย เพิ่มพ้อง
สูกันนครใจ ครอเคร่า กูเฮย
กูจักพลันคืนป้อง ปกหล้าแหล่งสยาม

๕๙/๑๖๗ ๏ สงครามพึ่งแผกแพ้ เสียที
แตกเมื่อต้นปีไป ห่อนช้า
บร้างกระลับมี มาขวบ นี้เลย
มีก็มีปีหน้า แน่แท้กูทาย

๖๐/๑๖๘ ๏ ทั้งหลายสดับถ้อยท่าน บรรหาร หนเฮย
ยังบ่เยื้อนสนองสาร ใส่เกล้า
บัดทูตนครกาญ- จนถับ ถึงแฮ
พระยาอามาตย์นำเฝ้า บอกเบื้องเคืองเข็ญ ฯลฯ

๖๑/๑๗๐ โคลง๒ ๏ พระเปรมปราโมทย์ไซร้ ซึ่งบดินทร์ดาลได้
สดับเบื้องบอกรงค์

๖๒/๑๗๑ ๏ ธให้หาองค์น้องท้าว แถลงยุบลเหตุห้าว
ท่านแจ้งทุกอัน แลนา

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ
ร่าย ๖๓/๑๗๒ แล้วธบรรหารตระบัด ว่าเราจัดจตุรงค์ จะไปยงยอยุทธ์ ยังกัมพุชพารา ศึกมอญมาชิงควัน กันบให้ไปออก บอกให้เต้าโดยตก ควรจักยกไปยุทธ์ เป็นมหุสสวมหันต์ ปันเอาชัยชิงชื่น แล้วธก็อื้นออกพจน์ พระราชกฎประกาศ แก่เมืองราชบุรี เกณฑ์โยธีห้าร้อย คะค้อยไปซุ่มซ่อน ดูศึกผ่อนพลเดิน ผ่านลำกระเพินโดยสะพาน เพ่งพลหาญเห็นเสร็จ ให้ระเห็จเข้าหั่น บั่นเรือกขาดเป็นท่อน ค่อนพวนขาดเป็นทุ่น เถกิงกรานกรุ่นพลวกเผา อย่าให้เขาจับได้ เขากระดั่งไท้ ธิราชเอื้อนโองการ สั่งนา

๖๔/๑๗๓ โคลง๔
นฤบาลสารเสร็จอ้าง ไป่ทัน หึงแฮ
ถับทูตทุกเขตขัณฑ์ ด่านด้าว
สิงห์สรรค์สุพรรณบรร- ลุถิ่น ท่านนา
เขาเร่งนำเฝ้าท้าว ถั่งถ้อยแถลงทูล


๖๕/๑๗๔
บดีศูรสั่งให้อ่าน สารา
พระราชรับบัญชา ท่านไซร้
แถลงลักษณะทุกธา- นีบอก มานา
เสนอยุบลข่าวใกล้ ศึกตั้งในแดน


๖๖/๑๗๕
บัดมอญแล่นม้าลาด เลยแขวง
วิเศษชัยชาญแสดง ข่าวซ้ำ
เขานำอักษรแถลง ถวายดับ นั้นนา
พระเร่งชื่นฤๅช้ำ ที่ข้อเข็ญความ


๖๘/๑๗๗
จอมสยามขามศึกไซร้ ไป่มี
บานกลเปรมปรีดิ์ ปราบเสี้ยน
สองสุริยกษัตริย์ ตรัสต่อ กันแฮ
หาเลศมลายศึกเหี้ยน หั่นห้าวหายคม


๖๙/๑๗๘
สมเด็จเผยโอษฐ์อื้น ปรึกษา
แด่ภิมุขมาตยา ทั่วผู้
จักโรมอริรา- มัญเมื่อ นี้แฮ
รับที่ถิ่นฤๅสู้ นอกไซร้ไหนควร


๖๗/๑๗๖
ทั้งมวลหมู่มาตย์ซ้อง สารพลัน
ทูลพระจอมจรรโลง เลื่องหล้า
แถลงลักษณะปางบรรพ์ มาเทียบ ถวายแฮ
แนะที่ควรเสด็จค้า เศิกไซร้ไกลกรุง
ฯลฯ


๗๐/๑๘๐
โทไท้ทรงสดับถ้อย ทูลถวาย
ถูกหฤทัยท่านผาย โอษฐ์พร้อง
สูตริก็ตรงหมาย เหมือนตริ ตูนา
ตริบ่ต่างกันต้อง ต่อน้ำใจตู


๗๑/๑๘๑
ภูธรสั่งให้เทียบ โยธี ทัพแฮ
ห้าหมื่นหมายบัญชี เรียกได้
เกณฑ์เมืองจัตวาตรี ไตรตรวจ เอานา
ยี่สิบสามเมืองใต้ เตรียบตั้งต่อฉาน


๗๒/๑๘๒
บรรหารให้จัดผู้ อาจอง
เอาพระศรีไสยณรงค์ ฤทธิ์ห้าว
เป็นจอมพยุหยง ไปยั่ว ยุทธแฮ
นำนิกรทัพท้าว ออกร้ารอนเข็ญ


๗๓/๑๘๓
พระเห็นจักเปลี่ยวข้าง ขุนพล
เยียวบ่มีเพื่อนผจญ จึ่งใช้
พระราชฤทธานนท์ หนึ่งช่วย กันนา
เป็นปลัดทัพให้ ศึกสู้ทั้งสอง


๗๔/๑๘๔
กองหน้านฤนาทตั้ง เสร็จสาร สั่งแฮ
เร็วเร่งห้ำหั่นหาญ หักกล้า
บ่แตกต้านทาน มันรอด ไซร้ฤๅ
กูจักออกโรมร้า ศึกร้ายภายหลัง


๗๕/๑๘๕
ทั้งสองรับถ้อยท่าน ทูลลา แลเฮย
ยกพยุหแสนยา ย่างย้าย
โดนแดนทุกราธวา วายถิ่น
ถึงนี่หนองสาหร่ายท้าย ทุ่งกว้างทางหลวง


๗๖/๑๘๖
ปวงทัพปลูกค่ายสร้าง กลางสมร
ภูมิพยุหไกรสร ศึกตั้ง
เสนาพลากร ต่างรื่น เริงแฮ
คอยจักยอยุทธ์ยั้ง อยู่ถ้าทางเข็ญ




ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ
ร่าย ๗๗/๑๘๗ กษณะนั้นนเรนทร์ไท้ ธให้โหรหามมหุติฤกษ์ ซึ่งจะเบิกพยุหบาตรา จึ่งพระโหราผู้รู้โศลก หลวงญาณโยคโลกทีป รีบคำนวณทำนาย ถวายพยากรณ์แก่ไท้ ท้าวธได้จัตุรงคโชค อาจปราบโลกลาญรงค์ เชิญบาทบงสุ์เสด็จคลา จากอโยธยายามเช้า เข้ารวิวารมหันต์ วันสิบเอ็ดขึ้นค่ำย่ำรุ่งสองนาฬิกา เศษสังขยาห้าบาท ในบุษยมาสดฤษถี ศรีสวัสดิ์ฤกษ์อุดม บรมนรินทร์ดาลสดับ ธให้ตรวจทัพเตรียมพล โดยชลมารคพยู่ห์ สู่ตำบลปากโมก ครั้นณวันโชควันยาม พยุหสงครามเขาตรวจ ทุกหมู่หมวดสรรพเสร็จ จึ่งสมเด็จภูวนาถ กับบรมราชอนุชา ธก็สรงธาราเสาวรภย์ ตรลบสุคนธกำจร ทรงบวรวิภูษา รัตพัสตราครูเนตร ชายแครงเทศเถือกพร้อย ชายไหวห้อยเห็นเพรา พิศสนับพลายรรยง ฉลองพระองค์แลเลิศ ทับทรวงเพริศพรายพริ้ง สะอิ้งรัตนไพฑูรย์ แก้วเกยูรสวมหัตถ์ แสงนพรัตน์มลังเมลือง เรืองธำมรงค์รุ้งร่วง ช่วงพรรเหาเก้าแก้ว แพร้วพรายนิ้วอัษฎางค์ พลางสองกษัตริย์สวมทรง อลงกตกาญจนมกุฎ แสงเพชรผุดพุ่งแพร้ว แก้เก้ากอบแกมมาศ นาดกรกรายทายธนู ดูสองเจ้าจอมสยาม เฉกลักษณ์รามรอนราพณ์ ปราบอเรนทร์ทุกด้าว พลางบพิตรไทท้าว ท่านเยื้องยังฉนวน น้ำนา

ฯลฯ

๗๘/๑๙๗ โคลง๔
ครั้นควรพิชัยฤกษ์พร้อม เพรียงสมัย
โหรคระหึมฆ้องชัย กึกก้อง
พฤฒิพราหมณ์พรอกมนตร์ไสย สังข์เป่า ถวายนา
แตรตรลบเสียงซ้อง แซ่ซั้นบรรสาน
ฯลฯ
ร่าย ๗๙/๒๐๐ พลันขยายพยุหบาตรา คลาเข้าโขลนทวาเรศ สงฆ์สวดชเยศพุทธมนต์ ปรายประชลเฉลิมทัพ ตามตำรับราชรณยุทธ์
โบกกบี่ธุชคลาพล ยลนาวาดาดาษ ดูสระพราศสระพรั่ง คั่งคับขอบคงคา แลมเหาฬาร์พันลึก อธึกท้องแถวธาร ถับถึงสถานปากโมก จึ่งพระจอมโลกลือเดช เสด็จเถลิงนิเวศวังทาง พลางธให้ตรวจเตรียมพล โดยสถลพยุหบาตร บอกพระราชกำหนด กฎแก่ขุนทัพขุนพล จักยกหพลยาตรา ในเวลาล่วงค่ำ ย่ำสิบเอ็ดสามบาท ครั้นเข้าราษตรีสมัย ภูวไนยตรัสตริการ ซึ่งจะรอนราญอริราช ด้วยภิมุขมาตยากร จนจันทรลับเลื่อน เคลื่อนเข้าตติยยาม เจ้าจอมสยามไสยาสน์ เหนือบรมอาสน์ก่องแก้ว คล้ายคล้ายสิบทุ่มแคล้ว ท่านเคลิ้มหลับฝัน ใฝ่นา

๘๐/๒๐๑ โคลง๔
เทวัญแสดงเหตุให้ สังหรณ์ เห็นแฮ เห็นกระแสสาคร หลั่งล้น ไหลลบวนาดอน แดนตก ทิศนา พระแต่เพ่งฤๅพ้น ที่น้ำหนองสาย

๘๑/๒๐๒
พระกรายกรย่างเยื้อง จรลี ลุยมหาวารี เรี่ยวกว้าง พอพานพะกุมภีล์ หนึ่งใหญ่ ไสร้นา โถมปะทะเจ้าช้าง จักเคี้ยวขบองค์

๘๒/๒๐๓
พระทรงแสงดาบแก้ว กับกร โจมประจักฟันฟอน เฟื่องน้ำ ต่างฤทธิ์ต่างรบรอบ ราญชีพ กันแฮ สระท้านทุกถิ่นท่าถ้ำ ท่งท้องชลธี

๘๓/๒๐๔
นฤบดีโถมถีบสู้ ศึกธาร ฟอนฟาดสุงสุมาร มอดม้วย สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์ หายเหือด แห้งแฮ พระเร่งปรีดาด้วย เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย

๘๔/๒๐๕
ทันใดดิลกเจ้า จอมถวัลย์ สร่างผทมถวิลฝัน ห่อนรู้ พระหาพระโหรพลัน พลางบอก ฝันนา เร็วเร่งทายโดยกระทู้ ที่ถ้อยตูแถลง

๘๕/๒๐๖
พระโหรเห็นแจ้งจบ ในมูล ฝันแฮ ถวายพยากรณ์ทูล แต่ไท้ สุบินบดินทร์สูร ฝันใฝ่ นั้นฤๅ หากเทพสังหรณ์ให้ ธิราชรู้เป็นกล

๘๖/๒๐๗
นุสนธิ์ซึ่งน่านน้ำ นองพนา สณฑ์เฮย หนปัจฉิมทิศา ท่วมไซร้ คือทัพอริรา- มัญหมู่ นี้นา สมดั่งลักษณ์ฝันไท้ ธเรศนั้นอย่าแหนง

๘๗/๒๐๘
เหตุแสดงแห่งราชพ้อง ภัยชลา ได้แก่อุปราชา เชษฐ์ผู้ สงครามซึ่งเสด็จครา นี้ใหญ่ หลวงแฮ แท้จักถึงยุทธ์สู้ ศึกช้างสองชน

๘๘/๒๐๙
ซึ่งผจญอริราชด้วย เดชะ เพื่อพระเดโชชนะ ศึกน้ำ คือองค์อมิตรพระ จักมอด เมือเฮย เพราะพระหัตถ์หากห้ำ หั่นด้วยขอคม

๘๙/๒๑๐
เบื้องบรมขัตติย์ท่องท้อง แถวธาร พระจักไล่ลุยลาญ เศิกไสร้ ริปูบ่รอราญ ฤทธิ์ราช เลยพ่อ พระจักชาญชเยศได้ ดั่งท้าวใฝ่ฝัน

๙๐/๒๑๑ โคลง๒
ครั้นบดินทร์ดาลได้ สดับพยากรณ์ไท้ ธิราชแผ้วพูนเกษม

๙๑/๒๑๒
เปรมปรีดิ์ปราโมทย์แท้ เพราะพระโหรหากแก้ กล่าวต้องตามฝัน

๙๒/๒๑๓
พระพลันทรงเครื่องต้น งามประเสริฐเลิศล้น แหล่งหล้าควรชม ชื่นนา

๙๓/๒๑๔
สมเด็จอนุชน้องแก้ว ทรงสุภาภรณ์แพร้ว เพริศพร้อมเพราตา ยิ่งแฮ

ร่าย ๙๔/๒๑๕ สองขัติยายุรยาตรา ยังเกยราชหอทัพ ขุนคชขับช้างเทียบ ทวยหาญเพียบแผ่นภู ดูมหิมาดาดาษ สระพราศพร้อมโดยขบวน องค์อดิศวรสอง
กษัตริย์ คอยนฤขัตรพิชัย บัดเดี๋ยวไททฤษฎี พระศรีสารีริกบรมธาตุ ไขโอภาสโศภิต ช่วงชวลิตพ่างยล ส้มเกลี้ยงกลลุก่อง ฟ่องฟ้าฝ่ายทักษิณ ผินแวดวงตรงทัพ นับ คำรบสามครา เป็นทักษิณาวรรตเวียน ว่ายฉวัดเฉวียนอัมพร ผ่านไปอุดรโดยด้าว พลางบพิตรโทท้าว ท่านตั้งสดุดี อยู่นา

ฯลฯ

๙๕/๒๑๘ โคลง๔
พระเปรมปราโมทย์น้อม วันทนา พลางพระทรงไอยรา ฤทธิ์แกล้ว พระคเชนทร์ชื่อไชยา- นุภาพ พ้นแฮ อาจเข่นคชศึกแผ้ว แผกแพ้ทุกภาย

๙๖/๒๑๙
พลายปราบไตรจักรอ้าง เอิกฤทธิ์ อาจปราบคชทุกทิศ ทั่วไซร้ เอกาทศรถอิศ- วรเสด็จ ทรงนา นำคเชนทเรศไท้ ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น